ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "กำแพงที่เอื้อมไม่ถึง" — เมื่ออำนาจขวาจัดและเงาของล็อบบี้ยิสต์ขวางทางสันติภาพ... ชำแหละทำไมการโน้มน้าวอิสราเอลถึงเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้!

    การเจรจาที่อิสลามาบัดอาจกำลังดำเนินไป แต่คำถามใหญ่คือ: ใครจะหยุด Benjamin Netanyahu ได้? ล่าสุด Faisal Niaz Tirmizi เอกอัครราชทูตปากีสถานประจำมอสโก ถึงขั้นต้องร้องขอให้ "รัสเซีย" ช่วยใช้อิทธิพลที่มีสื่อสารไปยังเยรูซาเลมว่า สงครามครั้งนี้จะย้อนกลับมาทำลายอิสราเอลเองในที่สุด!

    ชำแหละ "กำแพงเหล็ก" 3 ชั้น ที่ทำให้การโน้มน้าวผู้นำอิสราเอลยากยิ่งกว่าการสู้รบในสนามรบ :

    1. กับดักอำนาจของกลุ่มขวาจัด: สงครามคือลมหายใจทางการเมือง
    ปัจจุบันกลุ่มออร์โธดอกซ์ขวาจัดกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในคณะรัฐมนตรีอิสราเอล:

    ▪️ Survival of the Faction: สำหรับพวกเขา การทำสงครามอย่างต่อเนื่องไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง แต่เป็นเงื่อนไขในการรักษาอำนาจ การยุติความขัดแย้งในตอนนี้หมายถึงความเสี่ยงที่จะถูกขับออกจากตำแหน่งและถูกตรวจสอบย้อนหลัง

    ▪️ The Greater Israel Narrative: พวกเขาใช้สงครามเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในสังคมอิสราเอล การหยุดยิงจึงเป็นสิ่งที่ "ขัดผลประโยชน์ส่วนตัว" ของชนชั้นนำกลุ่มนี้อย่างรุนแรง

    ️ 2. อิทธิพลย้อนกลับ: เมื่อผู้รับความช่วยเหลือ... กลายเป็นผู้ควบคุม
    โลกมักคิดว่าสหรัฐฯสั่งอิสราเอลได้ แต่ความเป็นจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก:

    ▪️ The Lobbying Power: ตั้งแต่กลุ่ม "ไซออนิสต์คริสเตียน" ไปจนถึงเครือข่ายล็อบบี้ยิสต์ที่ฝังตัวลึกในวอชิงตัน พวกเขามีอำนาจถึงขั้นปลดผู้นำหน่วยงานความมั่นคงที่ไม่เดินตามแนวทางอิสราเอลได้

    ▪️ Limited Leverage: แม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างสหรัฐฯ ก็ยังมีอิทธิพลจำกัดในการกดดัน Netanyahu เพราะโครงสร้างการเมืองภายในสหรัฐฯเองก็ถูกผูกติดอยู่กับความมั่นคงของอิสราเอลอย่างแยกไม่ออก

    3. คลื่นความไม่พอใจที่พุ่งสูง: แรงกดดันจากทั่วโลกและภายใน
    ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทัศนคติของโลกที่มีต่ออิสราเอลเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง:

    ▪️ Breaking the Taboo: การวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลไม่ได้ถูกตีตราว่าเป็น "การต่อต้านชาวยิว" (Anti-Semitism) เหมือนในอดีตอีกต่อไป มีการแสดงออกถึงการต่อต้านนโยบายขวาจัดเพิ่มขึ้นแม้ในประเทศที่เป็นพันธมิตรดั้งเดิม

    ▪️ Social Tension: แรงกดดันจากฝ่ายต่อต้านและประชาชนในอิสราเอลที่เริ่มมองเห็นผลกระทบระยะยาวของสงคราม กำลังสร้างความตึงเครียดทางสังคมที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศแบบฉับพลันในอนาคต

    Insight:
    การที่ปากีสถานต้องพึ่งพารัสเซียให้ช่วยคุยกับอิสราเอล สะท้อนว่าช่องทางการทูตปกติของตะวันตกนั้น "ล้มเหลว" โดยสิ้นเชิง Netanyahu รู้ดีว่าตนเองมีเกราะป้องกันจากกลุ่มล็อบบี้ในสหรัฐฯและมีอาวุธ AI อย่าง Maven ที่ทำให้เขายังเป็นฝ่ายได้เปรียบในสนามรบ

    สิ่งที่จะหยุดอิสราเอลได้ไม่ใช่คำร้องขอจากมอสโกหรืออิสลามาบัด แต่คือ "การพังทลายจากภายใน" เมื่อแรงกดดันทางสังคมและความตึงเครียดเชิงโครงสร้างในอิสราเอลถึงจุดเดือด

    ความพยายามของ Trump ในการเจรจาสันติภาพ 14 วัน อาจถูกฝังกลบด้วยความดื้อรั้นของรัฐบาลขวาจัดที่มองว่าสงครามคือ "ทางรอดเดียว" ของพวกเขา!

    ❗️ สรุป: ยิ่งโลกพยายามโน้มน้าว... กำแพงในเยรูซาเลมก็ยิ่งสูงขึ้น เพราะสำหรับ Netanyahu แล้ว สันติภาพอาจหมายถึงจุดจบของอำนาจที่เขากอดไว้แน่นที่สุด!

    11/04/2026

    #ZFrontier #NetanyahuPower #RightWingIsrael #DiplomaticWall #PakistanRussiaIran #IsraelLobby #GlobalPressure #MiddleEastConflict2026 #GeopoliticsHybrid #วิเคราะห์อิสราเอล #อำนาจขวาจัด #ความจริงที่ถูกปิด #สันติภาพที่ยากลำบาก #ZFrontierElite

    https://www.facebook.com/share/p/18NXWWWZyu/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แหล่งข่าวระดับสูงของ #อิหร่าน กล่าวในวันเสาร์ (11 เม.ย.) ว่า สหรัฐฯ ตกลงที่จะปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์และธนาคารต่างประเทศอื่นๆ ในความเคลื่อนไหวที่เป็นสัญญาณของ "ความจริงจัง" ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ระหว่างการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน

    แหล่งข่าวซึ่งไม่ประสงค์ออกนามบอกกับรอยเตอร์ว่า การปลดล็อกสินทรัพย์นั้น "#เชื่อมโยงโดยตรงกับการรับประกันความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งคาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจา

    แหล่งข่าวระดับสูงไม่ได้ระบุถึงมูลค่าของสินทรัพย์ที่วอชิงตันตกลงจะปลดล็อก แหล่งข่าวอิหร่านอีกรายกล่าวว่า สหรัฐฯ ตกลงที่จะปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์จำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์

    ขณะนี้ยังไม่มีถ้อยแถลงใดๆ จากสหรัฐฯ เกี่ยวกับการปลดล็อกสินทรัพย์ กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ยังไม่ตอบคำขอความคิดเห็นในทันที

    เงินจำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งถูกอายัดไว้ตั้งแต่ปี 2018 มีกำหนดจะได้รับการปล่อยออกมาในปี 2023 ในฐานะส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่เงินทุนดังกล่าวถูกอายัดอีกครั้งโดยรัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน หลังจากการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023 โดยกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์

    ที่ว่า: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/p/1Lxxwygz3f/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศิษย์เก่า CIA
    นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า "คีรีโล บูดานอฟ" หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารยูเครน (GUR) เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่กี่คนของยูเครนที่ได้รับการฝึกฝนโดยตรงจาก CIA ของสหรัฐ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงลึกระหว่างหน่วยข่าวกรองยูเครนกับ CIA ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2016

    หนึ่งในผลงานสำคัญของความร่วมมือนี้คือ Unit 2245 หน่วยคอมมานโดชั้นยอดที่ได้รับการฝึกจาก CIA โดยมีภารกิจหลักในการยึดโดรนและอุปกรณ์สื่อสารของรัสเซีย เพื่อนำส่งให้ผู้เชี่ยวชาญของ CIA วิเคราะห์ ถอดรหัส และนำเทคโนโลยีไปพัฒนาต่อเพื่อเจาะระบบเข้ารหัสลับของมอสโก

    นอกจากนี้ CIA ยังได้จัดตั้งโปรแกรมฝึกอบรมที่ชื่อว่า "Operation Goldfish" หรือ "ปฏิบัติการปลาทอง" เพื่อพัฒนาทักษะด้านการรบและการจารกรรมให้กับเจ้าหน้าที่ยูเครน โดยผู้เข้ารับการฝึกจะถูกส่งไปยังประเทศในยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ เพื่อฝึกภาคสนามร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก CIA และ MI6 ของสหราชอาณาจักร เนื้อหาครอบคลุมการปลอมตัวเป็นชาวรัสเซีย การแทรกซึมในรัสเซียและประเทศที่อยู่ใต้อิทธิพลของรัสเซีย รวมถึงการสร้างเครือข่ายสายลับและดำเนินปฏิบัติการลับ

    ความสัมพันธ์ระหว่างบูดานอฟกับ CIA ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นความร่วมมือที่สั่งสมมายาวนานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะหลังจากรัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ CIA เข้ามาช่วยยูเครนสร้างเครือข่ายฐานปฏิบัติการลับตามแนวชายแดนรัสเซีย (ประมาณ 12 แห่ง) และบูดานอฟก็เป็นหนึ่งในกำลังหลักที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับโครงสร้างนี้

    ในช่วงนั้น เขาถูกมองว่าเป็น "ดาวรุ่ง" ของหน่วย จากผลงานปฏิบัติการกล้าหาญหลายครั้งหลังแนวศัตรู โดยเฉพาะปฏิบัติการในปี 2016 เมื่อเขานำทีมปลอมตัวเป็นทหารรัสเซีย ล่องเรือข้ามอ่าวเข้าไปในไครเมียเพื่อทำภารกิจวางระเบิดฐานเฮลิคอปเตอร์รัสเซีย แต่ถูกหน่วยรบพิเศษรัสเซีย (FSB Vympel) ซุ่มโจมตีจนเกิดการปะทะอย่างดุเดือด มีทหารรัสเซียเสียชีวิตหลายนาย รวมถึงนายทหารระดับสูง ขณะที่ฝ่ายยูเครนสามารถถอนตัวและว่ายน้ำกลับฝั่งได้สำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการครั้งนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เนื่องจากยูเครนดำเนินการโดยไม่แจ้งฝ่ายอเมริกันล่วงหน้า จนถูกมองว่าเป็นการ "ข้ามเส้นแดง" ที่วอชิงตันไม่ต้องการในขณะนั้น และเกือบทำให้โครงการฝึกอบรมของ CIA ต้องถูกระงับ

    ภายหลังจากได้รับบาดเจ็บในแนวรบดอนบาส เขาถูกส่งไปรักษาตัวที่ Walter Reed National Military Medical Center ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ทางทหารชั้นนำของสหรัฐ โดยปกติสงวนไว้สำหรับประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภา และทหารอเมริกันระดับสูง "นับเป็นกรณีพิเศษที่แทบไม่มีทหารยูเครนคนใดได้รับโอกาสเช่นนี้มาก่อน" สะท้อนถึงระดับความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับฝ่ายอเมริกัน

    ก่อนการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียในปี 2022 บูดานอฟเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เชื่อมั่นในข้อมูลข่าวกรองจาก CIA ว่ารัสเซียจะเปิดฉากบุกยูเครนจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนหลายคนยังคงลังเล ความแม่นยำของข้อมูลในครั้งนั้นยิ่งทำให้ความร่วมมือระหว่าง GUR และ CIA แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    อีกทั้งในบางช่วงเวลา CIA และรัฐบาลสหรัฐต้องคอย "ห้ามปราม" หรือขอให้ยูเครนชะลอปฏิบัติการบางอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งโดยตรงระหว่าง NATO กับรัสเซีย


    https://www.facebook.com/share/p/1DcwqMVzZs/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียประกาศการมาถึงของกำลังทหารปากีสถานที่ฐานทัพอากาศกษัตริย์อับดุลอาซิซ (King Abdulaziz Air Base) ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศร่วมกัน
    ปล. สัญญาณซาอุฯพยายามสลัดตัวเองเป็นอิสระจากสหรัฐ ก่อนสงคราม ซาอุฯมีแผนจะซื้อเครื่องบิน JF-17 Thunder (Block 3) จากปากีสถาน โดยอาจเปลี่ยนเงินกู้มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้เป็นข้อตกลงซื้อขาย แต่โดนสหรัฐขวางไว้ หลังจากนี้น่าขวางได้ยากหน่อยหละ

    https://www.facebook.com/share/p/1HyRTZsdg2/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สรุปยังไม่คุยตรง อยู่คนละห้อง ให้ปากีฯขี่ม้าส่งสาสน์! จะคุยพร้อมหน้า เมื่อได้ตามเงื่อนไข แต่อเมริกายังไม่ยอมปล่อยเงินที่อายัดให้

    คนละแหล่งข่าวนะครับ ทาง Reuters บอกว่าอเมริกายอมคืนทรัพย์สินที่อายัดให้แล้ว เพื่อเปิดทาง
    ให้เจรจากันได้ แต่ล่าสุด Al Jazeera บอกว่ายัง
    https://www.aljazeera.com/news/live...due-to-arrive-in-pakistan-for-ceasefire-talks
    https://www.reuters.com/business/fi...frozen-iranian-assets-qatar-other-2026-04-11/

    https://www.facebook.com/1000594715...2njqZdfkZUaftbLVQ13xxfp1Y8El/?mibextid=NOb6eG
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน: อิสราเอลกำลังทิ้งระเบิดเลบานอนในขณะนี้ ซึ่งเป็นวันแรกของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ผมคิดว่าข้อตกลงคงล้มเหลว
    FB_IMG_1775904241130.jpg
    https://www.facebook.com/share/r/17Fv4owz6K/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ยังไม่ตกลงที่จะปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้แต่อย่างใด — 'เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ' ให้สัมภาษณ์กับซีบีเอส

    วิดีโอ: แวนซ์พบกับชารีฟในอิสลามาบัด


    FB_IMG_1775904400327.jpg
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปตท.เผยความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเริ่มแผ่วเหลือ 50 ล้านลิตรต่อวันลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ที่พุ่งสูงถึง 80 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันยังเดินเครื่องกลั่นสูงถึง 105-107% เพื่อผลิตดีเซลให้มากที่สุดรองรับดีมานด์ พร้อมลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเกือบ 70% เหลือเพียง30% หันไปกระจายนำเข้าจากแหล่งอื่นแทน

    นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท.ได้ดำเนินการให้มีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง มีการบริหาร Supply Chain ทั้งการจัดหาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี

    ซึ่งการจัดน้ำมันดิบ กลุ่ม ปตท. ได้ยกระดับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกทันที โดยไม่รอให้สถานการณ์ลุกลามถึงขั้นปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ โดยหันไปซื้อน้ำมันดิบผ่านเครือข่ายเทรดดิ้งทั่วโลก ทำให้ลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากเดิมเคยนำเข้าจากตะวันออกกลางเกือบ 70%ของความต้องการใช่ทั้งหมด แต่มีนาคมที่ผ่านมา การนำเข้าลดเหลือ 60% และเดือนเมษายนนี้ ปตท.นำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 30% สะท้อนความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนพลังงานไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอรองรับการใช้ได้อย่างน้อยจนถึงช่วงกลางปีนี้

    คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>https://mgronline.com/business/detail/9690000034874

    #MGROnline #ปตท. #น้ำมันดิบ #ตะวันออกกลาง #น้ำมันดีเซล

    https://www.facebook.com/1000645580...aJkiezzxArCy2rAJDyPbCJpUq1el/?mibextid=NOb6eG
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เทศกิจ กทม. เตรียมยกเลิกผู้ค้าขวางทางเท้า 10 จุดทั่วกรุงฯ พบกว่าพันรายฝ่าฝืน เขตพระนคร มีมากสุด เริ่มใช้ไม้แข็งตั้งแต่กลางปี แล้วเสร็จทั้งหมดปลายปี 69

    อ่านต่อที่ https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2926209

    #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #เทศกิจ #ขวางทางเท้า #กทม

    https://www.facebook.com/share/17LN9iRB8P/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดอสังหาฯ ดูไบเริ่มแตกร้าว
    FB_IMG_1775906961481.jpg
    ดูไบเพิ่งผ่านปีทองของตลาดอสังหาฯ โดยปีที่แล้วมีการซื้อขายอสังหาฯ กว่า 270,000 รายการ มูลค่ารวม 917,000 ล้านดิรฮัม (ราว 250,000 ล้านดอลลาร์) ในเมืองที่มีประชากรเพียง 4 ล้านคน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่ออิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ยอดขายอสังหาฯ ดิ่งเกือบ 30% ในเดือนมีนาคม ราคายังทรงตัวอยู่บ้างเพราะสัญญาถูกทำก่อนสงคราม แต่ดีลใหม่จะโดนกดราคาลงได้ถึง 30%
    .
    ด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม อัตราการเข้าพักโรงแรมดูไบช่วงกลางมีนาคมร่วงเหลือเพียง 16% จากปกติ 90% โรงแรม Luxury บน Palm Jumeirah บางแห่งลดราคาห้องพักลงถึงครึ่งหนึ่ง
    .
    การท่องเที่ยวที่พังทลายทำให้เกิดการปลดพนักงาน ซึ่งกระทบตลาดที่อยู่อาศัยโดยตรง เพราะอุปสงค์เช่าในดูไบพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นหลัก รัฐบาล UAE กำลังเตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยว
    .
    วิเคราะห์
    1. ดูไบกำลังเจอจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่มานาน
    ดูไบสร้างภาพลักษณ์ safe haven มาตลอดทศวรรษ ดึงดูดเงินจากรัสเซีย อินเดีย ยุโรป และจีน แต่สงครามอิหร่านเปิดเผยจุดอ่อนที่แท้จริง คือ ดูไบอยู่กลางภูมิภาคที่ระเบิดได้ทุกเมื่อ ความเป็น safe haven จึงมีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีสงครามในบริเวณใกล้เคียง
    .
    2. ตลาดที่พึ่งพา sentiment มากเกินไป
    ดูไบแตกต่างจากนิวยอร์กหรือลอนดอนตรงที่ความต้องการส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนและคนต่างชาติที่สามารถย้ายออกได้ง่าย ไม่ใช่คนซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงระยะยาว เมื่อความเชื่อมั่นสั่นคลอน ยอดซื้อขายจึงหดตัวได้รวดเร็วมาก
    .
    3. ผลกระทบเป็น Domino
    สงคราม> นักท่องเที่ยวหาย > โรงแรมว่าง > ไล่พนักงานออก > แรงงานต่างชาติหมดรายได้หรือย้ายออก > อุปสงค์เช่าที่อยู่อาศัยหด > ราคาอสังหาฯ ตาม ห่วงโซ่นี้สามารถลามไปถึงภาคธนาคารได้ หากพันธบัตรอสังหาฯ ที่เริ่มส่งสัญญาณ distress แล้วลุกลามต่อ
    .
    4. ตัวแปรสำคัญที่ยังไม่รู้
    สิ่งที่จะตัดสินว่าตลาดดูไบจะฟื้นหรือพัง คือ ระยะเวลาและผลลัพธ์ของสงคราม ถ้าสงครามจบใน 3-6 เดือนและมีสันติภาพที่ชัดเจน ดูไบน่าจะฟื้นตัวได้เร็ว แต่หากยืดยาวออกไปหรือขยายวงกว้าง การสูญเสียภาพลักษณ์ safe haven ระยะยาวจะเป็นความเสียหายที่แก้ยากกว่าราคาอสังหาฯ ที่ลดลง
    .
    ความท้าทาย ดูไบไม่ได้เผชิญแค่วิกฤตอสังหาฯ แต่กำลังเผชิญการทดสอบอัตลักษณ์ว่าตัวเองเป็น safe haven จริงหรือแค่ภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นในช่วงสงบสุข

    #อสังหาริมทรัพย์ #ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ #realestate #homesory

    https://www.facebook.com/share/p/1CUoH3CTrb/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ส.ส. เลบานอนประณามการตัดสินใจของรัฐบาลในการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล และกล่าวว่าการต่อต้านจะดำเนินต่อไป

    ฮัสซัน ฟาดลาลลาห์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮิซ
    บอลลาห์และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลบานอน ออกแถลงการณ์ประณามการตัดสินใจของรัฐบาลเลบานอนในการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล โดยเรียกการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญาแห่งชาติ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง

    เขากล่าวว่า การกระทำของผู้ที่ควบคุมรัฐบาลนั้นยิ่งทำให้ความแตกแยกภายในประเทศรุนแรงขึ้น ในขณะที่เลบานอนต้องการความสามัคคีเพื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง รักษาความสงบสุขภายในประเทศ และปกป้องการอยู่ร่วมกัน

    ฟาดลาลลาห์ระบุว่า สิ่งที่อิสราเอลล้มเหลวในการบรรลุผลในสนามรบกับหมู่บ้านชายแดนเนื่องจากการต่อต้าน จะไม่สามารถบรรลุผลได้ผ่านการเจรจากับรัฐบาลที่เขาอธิบายว่าขาดการควบคุมการตัดสินใจของตนเอง ล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ และขาดความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เขากล่าวเสริมว่าทางการเลบานอนควรให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติโดยใช้ประโยชน์จากโอกาสในเวทีระหว่างประเทศที่เกิดจากการสนับสนุนอย่างแข็งขันของอิหร่านต่อเลบานอน รวมถึงการยืนกรานให้ยุติการโจมตีของอิสราเอลก่อนการเจรจาในอิสลามาบัด แต่กลับเพิกเฉยและขัดขวางจุดยืนนี้เพื่อผลประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเลบานอน ทำให้การรุกรานยืดเยื้อออกไป

    เขาสรุปว่าประชาชนชาวเลบานอนจะยังคงมุ่งมั่นที่จะต่อต้านเพื่อปกป้องแผ่นดินและสิทธิของตน โดยเน้นย้ำว่าการต่อต้านจะดำเนินต่อไปตราบใดที่ประชาชนยังคงอยู่ ในขณะที่รัฐบาลเป็นเพียงชั่วคราว และผู้ที่เดิมพันกับการโจมตีของอิสราเอลควรสังเกตสถานการณ์ในพื้นที่และความเข้มแข็งของผู้พลัดถิ่นและพลเรือนผู้ยืนหยัด

    https://www.facebook.com/share/p/1Q4gVQVTVi/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ เมื่อภูมิรัฐศาสตร์สั่นสะเทือนตลาด: บทเรียนจากประวัติศาสตร์ 8 วิกฤตใหญ่
    FB_IMG_1775907304301.jpg
    สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาคุยเรื่องที่นักลงทุนทุกคนควรรู้กันค่ะ นั่นก็คือ “เวลาเกิดสงครามหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดหุ้นและราคาน้ำมันมันเป็นยังไง?” เพราะตอนนี้เราเองก็กำลังอยู่กลางดงของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา

    ข้อมูลที่เราจะใช้วิเคราะห์วันนี้มาจาก J.P. Morgan Asset Management ใน Guide to the Markets – Asia ซึ่งรวบรวมผลตอบแทนของหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500 Total Return), หุ้นเอเชีย (MSCI AC Asia ex Japan Total Return) และราคาน้ำมัน (Crude Oil Brent Global Spot) หลังเกิดเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์สำคัญ 8 ครั้งตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน โดยวัดผลตอบแทนที่ 1 สัปดาห์, 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 12 เดือนหลังเหตุการณ์ ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 ค่ะ

    หุ้นสหรัฐฯ: ระยะสั้นสะเทือน แต่ระยะยาวมักฟื้นกลับ

    เรามาดูที่หุ้นสหรัฐฯ กันก่อนนะคะ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากคือ ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุการณ์ ตลาดมักจะ “ตกใจ” แทบทุกครั้ง อย่างตอนอิรักบุกคูเวตปี 1990 หุ้น S&P 500 ร่วงไป -3.1% ภายในสัปดาห์เดียว และยิ่งลงไปถึง -7.8% ในเดือนแรก กว่าจะฟื้นกลับมาเป็นบวกก็ต้องรอถึง 12 เดือนซึ่งให้ผลตอบแทน +14.1%

    เหตุการณ์ 9/11 ปี 2001 ก็คล้ายกัน สัปดาห์แรกลงไป -5.4% แต่พอครบเดือนกลับบวกมาได้ +0.6% เพราะ Fed ลดดอกเบี้ยเร็วมากเพื่อพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองไกลออกไป 12 เดือน กลับติดลบ -15.5% เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องสงคราม แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตอนนั้นยังอยู่ในช่วง Dot-com bust ที่ฟองสบู่เทคโนโลยีแตก ดังนั้น “บริบทเศรษฐกิจพื้นฐาน” ณ ตอนที่เกิดเหตุการณ์มีผลอย่างมากต่อผลตอบแทนระยะยาว

    เหตุการณ์ที่ตลาดสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้ดีที่สุดคือ สงครามอิรักปี 2003 ที่แม้สัปดาห์แรกจะลบนิดหน่อย -0.5% แต่หลังจากนั้น 3 เดือนบวก +12.9%, 6 เดือนบวก +17.1% และ 12 เดือนบวกไปถึง +30.7% เลยค่ะ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เพราะสงครามอิรักครั้งนั้นจบเร็ว สหรัฐฯ ชนะอย่างรวดเร็ว ความไม่แน่นอนหายไป บวกกับเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจาก recession ดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องล้นระบบ ตลาดจึงวิ่งขึ้นอย่างแรง

    ส่วน Arab Spring ปี 2011 และการผนวกไครเมียปี 2014 ตลาดสหรัฐฯ แทบไม่สะเทือนเลย สัปดาห์แรกบวก +0.6% และ +1.3% ตามลำดับ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้กระทบเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยตรง และ Fed ยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลายอยู่ ผลตอบแทน 12 เดือนของทั้งสองเหตุการณ์ก็บวก +3.4% และ +15.8%

    แต่ที่น่าสนใจคือ สงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ตลาดสหรัฐฯ สัปดาห์แรกบวก +1.8% เดือนแรกบวกไปถึง +6.8% แต่พอ 3 เดือนกลับลงไป -8.3% และ 12 เดือนก็ยังติดลบ -5.9% ทำไม? เพราะ Fed กำลังขึ้นดอกเบี้ยอย่างแรงเพื่อสู้เงินเฟ้อที่พุ่งสูง ราคาน้ำมันที่กระโดดขึ้นจากสงครามยิ่งซ้ำเติมเงินเฟ้อ ทำให้ Fed ต้องเหยียบเบรกแรงขึ้นอีก นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า “ภูมิรัฐศาสตร์ + นโยบายการเงินตึงตัว” เป็นส่วนผสมที่ทำร้ายตลาดหุ้นได้มาก

    มาถึงเหตุการณ์ล่าสุด ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่เริ่มวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงไป -2.0% ในสัปดาห์แรก และลงต่อเป็น -7.7% ในเดือนแรก ซึ่งแรงกว่าหลายเหตุการณ์ในอดีต ข้อมูล 3 เดือนขึ้นไปยังไม่มีเพราะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แต่การที่ตลาดลงแรงขนาดนี้ตั้งแต่เดือนแรก บอกเราว่านักลงทุนกังวลอย่างมากเรื่องผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเราจะไปเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันทีหลังค่ะ

    หุ้นเอเชีย: อ่อนไหวกว่า เจ็บหนักกว่า แต่ก็ฟื้นได้แรงกว่า

    ทีนี้มาดูฝั่งหุ้นเอเชียกันบ้าง ซึ่งวัดจาก MSCI AC Asia ex Japan Total Return Index ภาพรวมที่เห็นชัดคือ หุ้นเอเชียมักจะ “ลงแรงกว่า” หุ้นสหรัฐฯ ในช่วงแรกของวิกฤต แต่ก็ “เด้งแรงกว่า” เวลาฟื้นตัวเช่นกัน

    ตอนอิรักบุกคูเวตปี 1990 หุ้นเอเชียร่วงไป -14.3% ในเดือนแรก (เทียบกับสหรัฐฯ -7.8%) และ 3 เดือนร่วงไปถึง -25.5% ยิ่ง 6 เดือนร่วงลงไปอีกที่ -21.9% ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นกลับมาแต่ก็ยังติดลบ -2.1% ที่ 12 เดือน

    สาเหตุที่เอเชียเจ็บหนักกว่าเพราะเอเชียเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง พอราคาน้ำมันพุ่งขึ้น +37.2% ในเดือนแรกและ +40.2% ใน 3 เดือน ต้นทุนพลังงานของทั้งภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคก็พุ่งตาม ซ้ำเติมเศรษฐกิจอย่างหนัก

    เหตุการณ์ 9/11 หุ้นเอเชียสัปดาห์แรกลงไปถึง -11.6% ซึ่งแรงมาก แต่ที่น่าแปลกใจคือ 3 เดือนหลังจากนั้นกลับบวก +19.3% และ 12 เดือนบวก +11.0% ฟื้นตัวได้ดีกว่าหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังติดลบ -15.5% อยู่เลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเศรษฐกิจเอเชียไม่ได้มีปัญหาฟองสบู่ดอทคอมเหมือนสหรัฐฯ และเงินทุนที่ไหลออกจากสหรัฐฯ ก็วนมาเข้าตลาดเกิดใหม่บางส่วน

    สงครามอิรักปี 2003 เป็นช่วงที่หุ้นเอเชียเฉิดฉายที่สุด ผลตอบแทน 12 เดือนพุ่งไปถึง +65.5% เทียบกับสหรัฐฯ ที่ +30.7% เรียกว่าเอเชียแรงเป็นสองเท่า! เหตุผลคือจีนกำลังเข้าสู่ยุคบูมหลังเข้า WTO ปี 2001 การส่งออกของเอเชียทั้งภูมิภาคโตระเบิด สภาพคล่องล้นโลก สงครามจบเร็ว ราคาน้ำมันที่ลงไปช่วงแรกก็ช่วยลดต้นทุนให้เอเชีย ทุกอย่างเป็นใจหมด

    แต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 หุ้นเอเชียก็แพ้ยับเหมือนกัน 3 เดือนลบ -9.9%, 6 เดือนลบ -12.6%, 12 เดือนลบ -12.3% ซึ่งแย่กว่าหุ้นสหรัฐฯ ที่ลบ -5.9% เพราะเอเชียโดนดับเบิลพันช์จากทั้งราคาพลังงานสูง ค่าเงินอ่อนจาก Fed ขึ้นดอกเบี้ย เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และจีนยังล็อกดาวน์โควิดอยู่

    มาถึงเหตุการณ์ล่าสุด สหรัฐฯ-อิหร่าน หุ้นเอเชียร่วง -6.4% ในสัปดาห์แรก และ -12.3% ในเดือนแรก ซึ่งแรงมากเมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ แรงกว่าหุ้นสหรัฐฯ ที่ลบ -7.7% อย่างชัดเจน และนี่ก็สอดคล้องกับรูปแบบที่เราเห็นมาตลอดว่า “เอเชียอ่อนไหวต่อวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันมากกว่าสหรัฐฯ เสมอ” เพราะเอเชียเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกระทบทั้งกำไรบริษัทและกำลังซื้อผู้บริโภคโดยตรง

    ️ น้ำมัน: ตัวร้ายหรือตัวช่วย?

    ราคาน้ำมัน Brent เป็นตัวแปรสำคัญที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันค่ะ ถ้าดูข้อมูลจะเห็นว่าน้ำมันมีพฤติกรรมที่ตรงข้ามกับหุ้นในหลายเหตุการณ์

    ตอนอิรักบุกคูเวตปี 1990 ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น +16.4% ในสัปดาห์แรก, +37.2% ในเดือนแรก และ +40.2% ใน 3 เดือน เพราะคูเวตและอิรักเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ การบุกยึดครั้งนั้นทำให้กำลังผลิตหายไปจากตลาดทันที แต่พอ 12 เดือนผ่านไป น้ำมันกลับลงมาลบ -12.8% เพราะสงครามจบ กำลังผลิตกลับมา ซัพพลายฟื้น ราคาจึงกลับสู่ปกติ

    เหตุการณ์ 9/11 น่าสนใจมากเพราะน้ำมันกลับ “ลง” ไม่ใช่ขึ้น สัปดาห์แรกลบ -5.4% เดือนแรกลบถึง -26.6% และ 3 เดือนลบ -30.6% ทำไม? เพราะ 9/11 ไม่ได้กระทบการผลิตน้ำมัน แต่กระทบ “ดีมานด์” ผ่านความกลัวว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว การเดินทางทางอากาศหยุดชะงัก คนไม่กล้าใช้จ่าย เลยกดราคาน้ำมันลง นี่คือบทเรียนสำคัญว่าไม่ใช่ทุกวิกฤตจะทำให้น้ำมันขึ้น ต้องดูว่าเป็น “supply shock” หรือ “demand shock”

    Arab Spring ปี 2011 น้ำมันขึ้น +5.4% ในสัปดาห์แรก และ +16.4% ในเดือนแรก เพราะอียิปต์และลิเบียเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ความวุ่นวายทำให้ซัพพลายถูกกระทบ และที่ 3 เดือนน้ำมันยังคงบวก +19.0% และ 6 เดือนบวก +22.5% เพราะสถานการณ์ยืดเยื้อ ลิเบียหยุดส่งออกน้ำมันไปนาน

    วิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือปี 2017 น้ำมันสัปดาห์แรกลบ -5.0% แต่ 3 เดือนบวก +24.1% และ 6 เดือนบวก +35.8% จนถึง 12 เดือนบวก +56.6% แต่นี่ไม่ได้เกี่ยวกับเกาหลีเหนือโดยตรง เป็นเพราะ OPEC กำลังลดกำลังผลิตอยู่พอดี ประกอบกับเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้น ดีมานด์น้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาจึงวิ่ง

    สงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 น้ำมันพุ่ง +13.9% ในสัปดาห์แรก และ +13.0% ในเดือนแรก แต่ที่น่าสนใจคือ 6 เดือนกลับลบ -1.8% และ 12 เดือนลบ -18.7% เพราะแม้รัสเซียจะถูกคว่ำบาตร แต่น้ำมันรัสเซียก็ยังไหลเข้าตลาดผ่านจีนและอินเดีย บวกกับ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรงจนเศรษฐกิจชะลอ ดีมานด์น้ำมันก็ลดตาม

    และเหตุการณ์ล่าสุด สหรัฐฯ-อิหร่าน น้ำมัน Brent พุ่งขึ้น +34.2% ในสัปดาห์แรก และ +58.2% ในเดือนแรก! นี่คือการขึ้นที่แรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปีค่ะ แรงกว่าตอนอิรักบุกคูเวตที่ขึ้น +37.2% ในเดือนแรกเสียอีก สาเหตุชัดเจนคืออิหร่านเป็นผู้ผลิตรายใหญ่และคุมช่องแคบฮอร์มุซที่น้ำมันกว่า 20% ของโลกไหลผ่าน ความเสี่ยงที่ช่องแคบจะถูกปิดกั้นทำให้ตลาดตื่นตระหนกอย่างหนัก

    สรุปปัจจัยที่กำหนดชะตาตลาดหุ้นหลังวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

    จากการวิเคราะห์ทั้ง 8 เหตุการณ์ เราสามารถสรุปปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้นให้ผลตอบแทนบวกหรือลบได้ดังนี้ค่ะ
    ปัจจัยที่ทำให้หุ้นฟื้นตัวได้ดี (ผลตอบแทนบวก) คือ

    หนึ่ง ความขัดแย้งจบเร็วและผลลัพธ์ชัดเจน อย่างสงครามอิรัก 2003 ที่จบภายในไม่กี่สัปดาห์ ตลาดก็วิ่งทันที

    สอง นโยบายการเงินผ่อนคลาย ถ้า Fed อยู่ในช่วงลดดอกเบี้ยหรือคงดอกเบี้ยต่ำ สภาพคล่องจะช่วยพยุงตลาดได้

    สาม เศรษฐกิจพื้นฐานแข็งแรง ถ้าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอยู่แล้ว วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นแค่ “สะดุด” ชั่วคราว

    สี่ ราคาน้ำมันไม่พุ่งแรงหรือพุ่งแล้วกลับลงเร็ว เพราะถ้าน้ำมันแพงนาน เงินเฟ้อจะตามมาและบีบให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำร้ายตลาดหุ้น

    ปัจจัยที่ทำให้หุ้นร่วงแรงและฟื้นช้า (ผลตอบแทนลบ) คือ

    หนึ่ง สงครามยืดเยื้อ ไม่มีทางออกชัดเจน อย่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดไปหลายปี ตลาดไม่สามารถ price in จุดจบได้

    สอง Fed อยู่ในช่วงขึ้นดอกเบี้ย อย่างปี 2022 ที่ภูมิรัฐศาสตร์ + ดอกเบี้ยขาขึ้นทำให้ตลาดลงทั้งปี

    สาม เศรษฐกิจอ่อนแออยู่แล้ว อย่าง 9/11 ที่ชนกับ Dot-com bust ทำให้หุ้นสหรัฐฯ ลบ -15.5% ใน 12 เดือน สี่ ราคาน้ำมันพุ่งแรงและค้างอยู่นาน ซึ่งกระทบเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต กำลังซื้อ และกำไรบริษัทพร้อมกัน

    สำหรับหุ้นเอเชียโดยเฉพาะ มีปัจจัยเพิ่มเติมอีกสองอย่างที่สำคัญมาก คือทิศทางค่าเงินดอลลาร์และเงินทุนไหลเข้าออก ถ้าดอลลาร์แข็งจาก Fed ขึ้นดอกเบี้ย เงินจะไหลออกจากเอเชียกลับสหรัฐฯ กดดันทั้งค่าเงินและตลาดหุ้น อีกอย่างคือการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ซึ่งทำให้เอเชียอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันมากกว่าสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ผลิตเองอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ทุกครั้งที่น้ำมันพุ่ง หุ้นเอเชียจะร่วงแรงกว่าเสมอ

    แล้วรอบนี้ สหรัฐฯ-อิหร่าน จะเป็นยังไง?

    ถ้าดูจากข้อมูลที่มีตอนนี้ รอบนี้มีลักษณะคล้ายอิรักบุกคูเวตปี 1990 มากที่สุดค่ะ ตรงที่น้ำมันพุ่งแรงมาก หุ้นทั้งสหรัฐฯ และเอเชียลงแรงตั้งแต่เดือนแรก แต่จุดที่ต่างกันคือครั้งนี้น้ำมันขึ้นแรงกว่ามาก (+58.2% vs +37.2% ในเดือนแรก) ซึ่งสะท้อนว่าตลาดมองว่าความเสี่ยงต่อซัพพลายน้ำมันรอบนี้รุนแรงกว่า เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดคอขวดที่สำคัญกว่าคูเวตในแง่ปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่าน

    สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ การเจรจาจะยืดเยื้อแค่ไหน ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดได้เมื่อไหร่ Fed (และธนาคารกลางทั่วโลก) จะตอบสนองยังไง และเศรษฐกิจพื้นฐานจะรับไหวหรือเปล่า ตัวแปรเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าผลตอบแทน 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือนข้างหน้าจะเป็นบวกหรือลบค่ะ

    ไว้ติดตามกันต่อนะคะ กด follow page ไว้ได้เลยค่ะ

    ที่มา: Bloomberg, Commodity Research Bureau, FactSet, MSCI Global, S&P U.S., J.P. Morgan Asset Management — Guide to the Markets – Asia, ข้อมูล ณ 31/03/2026

    https://www.facebook.com/share/1DQdX9A1VV/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เชิญชวนเรือทั่วโลก “มาบรรทุกน้ำมันสหรัฐ” ลั่น! ของดีสุดกำลังรออยู่

    ทรัมป์:
    เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าจำนวนมาก รวมถึงบางลำที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังมุ่งหน้ามายังสหรัฐฯ เพื่อมาบรรทุกน้ำมันและก๊าซคุณภาพดีที่สุดของโลกจากเรา

    สหรัฐฯ มีน้ำมันมากกว่าสองประเทศผู้ผลิตรายใหญ่รองลงมารวมกัน และยังมีคุณภาพสูงกว่าอีก ตอนนี้เราพร้อมแล้ว ใครอยากได้ให้รีบมา บรรทุกเสร็จกลับได้ทันที

    FB_IMG_1775908985503.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1HvSfTXX51/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! 8.53 น.รองปธน.สหรัฐ เจดี แวนซ์ แถลง 21 ช.ม.ของการเจรจาล้มเหลว ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทีมเจรจาสหรัฐจะกลับสหรัฐ อิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอสหรัฐ นับเป็นข่าวร้ายของอิหร่าน ไม่ใช่ข่าวร้ายของสหรัฐ BTimes

    Apr 12, 2026 ด่วน! 8.53 น.รองปธน.สหรัฐ เจดี แวนซ์ แถลง 21 ช.ม.ของการเจรจาล้มเหลว ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทีมเจรจาสหรัฐกลับสหรัฐ อิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอสหรัฐ นับเป็นข่าวร้ายของอิหร่าน ไม่ใช่ข่าวร้ายของสหรัฐ

    นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเปิดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในโรงแรมซึ่งใช้จัดเป็นสถานที่การเจรจาเวทีอิสลามกับประเทศอิหร่านในกลุ่มอิสลามประเทศปากีสถาน ว่า การเจรจาทั้งสองฝ่ายโดยมีสหรัฐเข้าร่วมใช้ระยะเวลายาวนานถึง 21 ชั่วโมงปรากฏว่ามีทั้งข่าวดี และข่าวร้าย

    สำหรับข่าวดี คือสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีการนำข้อเสนอในการเจรจามาพูดคุยเป็นจำนวนหลายข้อ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ที่ดีในการเปิดเผยข้อเสนอ และจุดยืนของทั้งสองฝ่าย

    แต่ข่าวร้ายก็คือ การเจรจาไม่สามารถนำไปสู่หรือบรรลุข้อตกลงกันได้ข่าวร้ายดังกล่าวถือเป็นข่าวร้ายสำหรับประเทศอิหร่านไม่ได้เป็นข่าวร้ายสำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา ผมและคณะเจรจาของสหรัฐอเมริกาจะเดินทางกลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

    การเจรจาของทางฝั่งสหรัฐอเมริกาได้ชี้แจงและระบุอย่างชัดเจนว่า เส้นยาแดง หรือขอบเขตที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในการที่จะนำไปสู่สันติภาพเป็นอย่างไร สหรัฐระบุชัดเจนว่าการกระทำอย่างไรบ้างที่สหรัฐจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประเทศอิหร่านมีอะไรบ้าง

    เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แถลงต่อไปว่า หัวหน้าและคณะผู้เจรจาจากประเทศอิหร่านเลือกที่จะไม่พิจารณาและยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลสหรัฐอเมริกานั่นทำให้การเจรจาทั้งสองฝ่ายไม่สามารถดำเนินการในขั้นขั้นตอนต่อไปได้

    รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวแถลงแสดงความยินดี และขอขอบคุณประธานาธิบดีและคณะรัฐบาลประเทศปากีสถานที่ได้เป็นเจ้าภาพ และประเทศตัวกลางในการจัดการประชุมเจรจาอิสลามบำบัดในครั้งนี้ ซึ่งประเทศปากีสถานได้แสดงให้เห็นและเตรียมการจัดเจรจาได้อย่างยอดเยี่ยม

    ย้อนกลับไปเมื่อเวลาประมาณ 30 นาทีก่อนหน้าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายเจดี แวนซ์ จะเปิดแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนนั้น คณะเจรจาอิหร่านโพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลเกี่ยวกับการเจรจาในวันแรกที่ใช้เวลาอย่างยาวนานถึง 14 ชั่วโมง ว่า การเจรจาได้ข้อสรุป แต่การเจรจาต้องมีต่อไป ท่ามกลางข้อเสนอที่เห็นแตกต่างกัน

    ในคืนที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาว ว่า สหรัฐและอิหร่านจะตกลงกันได้หรือไม่ได้ ล้วนไม่มีผลใดๆ กับสหรัฐ เพราะสหรัฐชนะไปแล้ว สหรัฐจะเคลียร์เปิดช่องแคบฮอร์มุส เพื่อให้ประเทศพันธมิตรของสหรัฐ ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีมีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องพึ่งพาน้ำมันดิบ และใช้ช่องแคบดังกล่าวก็ตาม

    ทั้งนี้ การเจรจาเวทีอิสลามาบัดระหว่างวันที่ 11 ถึง 12 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นการเจรจาที่ได้พบปะในลักษณะตัวต่อตัวระหว่างคณะผู้เจรจาจากสหรัฐอเมริกา และอิหร่านนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองประเทศได้มีการเจรจาหารือกันอย่างเป็นทางการในรอบ 47 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งเป็นปีแห่งการปฏิวัติประเทศอิหร่านเป็นต้นมา

    #ข่าวด่วน #สหรัฐ #อิสราเอล #อิหร่าน #เจรจา #สงคราม #ปากีสถาน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1bW7S8CMSU/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    8.15 น. ปธน.ทรัมป์กล่าว ถ้าจีนส่งอาวุธ ระบบป้องกันทางอากาศให้อิหร่าน จีนมีปัญหาใหญ่แน่ สหรัฐและอิหร่านจะตกลงได้หรือไม่ได้ ไม่มีผลกับสหรัฐ เพราะสหรัฐชนะไปแล้ว สหรัฐจะเคลียร์เปิดช่องแคบฮอร์มุส BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1J8GjH7Z9B/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เซ็ง! ไทยหลุดอันดับดัชนีโอกาสการลงทุนโลก 2026 ชี้ศก.โตต่ำมาก ศักยภาพไม่พอ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจไม่พร้อม ไทยติดกลุ่มตกอันดับทั้งเมียนมา ติมอร์-เลสเต บรูไน สุดทึ่งมาเลเซียที่ 1 อาเซียน(23 โลก) เวียดนามที่ 2(39 โลก) BTimes

    Apr 11, 2026 หลุดอันดับ! ไทยหลุดอันดับดัชนีโอกาสการลงทุนโลก 2026 ชี้ศก.โตต่ำมาก ศักยภาพไม่พอ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจไม่พร้อม ไทยติดกลุ่มตกอันดับทั้งเมียนมา ติมอร์-เลสเต บรูไน สุดทึ่งมาเลเซียที่ 1 อาเซียน(23 โลก) เวียดนามยึดที่ 2 ของโลก

    สถาบันมิลเคน (Milken Institue) เปิดเผยรายงานการจัดอันดับดัชนีโอกาสการลงทุนทั่วโลกประจำปี 2026 หรือ Milken Institute’s Global Opportunity Index 2026 ซึ่งเป็นค่าดัชนีที่สะท้อนถึงกฎเกณฑ์การเปรียบเทียบโอกาสและความน่าสนใจในการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก สำหรับในปี 2026 รายงานดังกล่าวมุ่งเน้นไปยัง 6 ประเทศ ในกลุ่มกำลังพัฒนาที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา และสปป.ลาว ที่น่าสนใจคือในทั้งหกประเทศข้างต้นนั้นเมื่อปี 2025 มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจระหว่าง 4.3% ถึง 7.1%

    สำหรับการจัดอันดับดัชนีโอกาสการลงทุนทั่วโลกประจำปี 2026 หรือ GOI ในอาเซียน เรียงตามลำดับจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด (ตัวเลขในวงเล็บหมายถึงอันดับโลก) มีดังนี้ 1.มาเลเซีย(23) 2.เวียดนาม(39) 3.อินโดนีเซีย(46) 4.ฟิลิปปินส์(47) และ 5.กัมพูชา(56)

    อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เหลือในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ ติมอร์-เลสเต และบรูไน ได้รับการจัดอันดับในรายงานดังกล่าวประจำปี 2026 ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันเช่นไทยไม่ได้รับการจัดอันดับ เนื่องจากไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือการเติบโตที่ต่ำมาก ศักยภาพของเศรษฐกิจประเทศไทยมีไม่เพียงพอ สภาพแวดล้อมหรือปัจจัยทางธุรกิจไม่พร้อม

    ที่สำคัญประเทศไทยไม่มีอันดับอยู่ในรายรายงาน ความพร้อมทางธุรกิจ 2025 หรือ Business Ready Report 2025 ซึ่งถือเป็นรายงานขั้นพื้นฐาน และเป็นกฎเกณฑ์พื้นฐานสำคัญของสถาบันมิลเคนสำหรับการจัดอันดับดัชนีโอกาสการลงทุนทั่วโลก

    ทั้งนี้ สำหรับดัชนี GOI ใช้การประเมินจากตัวแปรกว่า 101 ปัจจัย ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ มุมมองภาคธุรกิจ พื้นฐานเศรษฐกิจ บริการทางการเงิน โครงสร้างเชิงสถาบัน นโยบายระหว่างประเทศ

    #โอกาสลงทุน #เวียดนาม #ไทย #เศรษฐกิจ
    https://www.facebook.com/share/p/14aVPAK867o/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #แผนสูง

    ในขณะที่มีการเจรจาอยู่ที่ปากีสถาน
    กองทัพเรือสหรัฐฯพยายามส่งกองเรือเข้ามาบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และอ้างว่า เพื่อเข้ามาเก็บทุ่นระเบิด แต่เมื่อเข้ามาในรัศมีอิหร่านได้เตือนกองทัพเรือสหรัฐให้รีบออกไป และเมื่อสหรัฐไม่ฟังอิหร่านเลยยิงโดรนโจมตีเป็นสัญญาณเตือนไปยังเรือรบของศัตรูที่ละเมิดเขต

    สื่ออเมริกันและอิสราเอลกล่าวเท็จเกี่ยวกับการที่เรือรบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพอิหร่านได้ออกคำเตือนล่วงหน้า 30 นาทีว่า หากเรือเข้าใกล้จุดที่กำหนด จะถูกโจมตีอย่างแน่นอน

    ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กของสหรัฐรายงานว่า " มีการยิงโดรนโจมตีหนึ่งลำเป็นสัญญาณเตือนไปยังเรือเหล่านั้นทำให้เรือต้องหันหัวกลับ ในช่วงสงครามที่ผ่านมา เรือรบสหรัฐไม่สามารถกล้าเข้าใกล้น่านน้ำอิหร่าน แต่ตอนนี้ช่วงหยุดยิง พวกเขาคิดว่าอาจเป็นโอกาสแสดงอำนาจ และทดสอบว่าการควบคุมช่องแคบของอิหร่านจริงจังแค่ไหน… แต่พวกเขาก็พบว่ามันมากกว่าความจริงจัง ทุกอย่างพร้อมยิง แม้จะปิดสัญญาณส่งข้อมูลก็ไม่สามารถหลบสายตาของกองกำลังอิหร่านได้ "

    โดยกองทัพอิหร่านประกาศว่า " เราขอให้คุณอย่าเชื่อข่าวที่เผยแพร่โดยสหรัฐหรือสื่อที่ต่อต้านอิหร่าน ความจริงคือ อิหร่านจะไม่ยอมสละสิ่งที่ได้มาด้วยต้นทุนมหาศาลและการเสียสละของประชาชน ศัตรูต้องรู้ว่ายุคใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งอิหร่านจะเป็นผู้มีอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันตก และเป็นหนึ่งในสี่มหาอำนาจของโลก ตั้งแต่นี้ไป หากใครต้องการทำอะไร จะต้องปรึกษากับเตหะรานก่อน หากขัดต่อผลประโยชน์ของอิหร่าน ก็จะไม่ถูกอนุญาตและฝ่ายตรงข้ามจะถูกลงโทษอย่างหนัก ยุคแห่งความอ่อนโยนได้สิ้นสุดลงแล้ว และยุคใหม่กำลังปกครองภูมิภาคนี้ ทุกคนควรรู้และเชื่อเช่นนั้น"

    โดยรมต.สงครามสหรัฐรีบเขียนลง X ว่า " สหรัฐกำลังเข้ามาเก็บทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อจะสร้างกระแสต่อชาวโลกว่า " เห็นไหม เราสามารถทำลายกองทัพเรืออิหร่านได้แล้ว อิหร่านเลยขอเจรจากับเรา แต่แผนการร้ายได้ถูกทำลายได้อิหร่าน และยังคงประกาศกร้าวว่า กองทัพเรืออิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่าง 100%
    FB_IMG_1775964149741.jpg FB_IMG_1775964154063.jpg
    #ขนาดอยู่ในช่วงเจรจาสันดานลอบกัดไม่เคยทิ้ง

    https://www.facebook.com/1000685836...y7CyqA6RgKRStLopJ4xZadij18Yl/?mibextid=NOb6eG
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รายละเอียดการเจรจา "สหรัฐ–อิหร่าน"
    ที่ล่มไปแล้วเช้านี้

    1) การเจรจาล้มเหลว เพราะอิหร่านปฏิเสธ
    ที่จะสัญญาว่าจะไม่พัฒนา "อาวุธนิวเคลียร์"

    2) JD Vance ระบุว่า
    อิหร่านเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ

    3) อิหร่านไม่มีแผนที่จะเจรจาเพิ่มเติมกับสหรัฐ
    (Fars News รายงาน)

    4) การเจรจาใช้เวลานาน 21 ชั่วโมง และถือเป็น
    การเจรจาตรงสหรัฐ-อิหร่านครั้งแรกในรอบ 50 ปี

    5) JD Vance ปิดท้ายว่า
    "นี่เป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่าน มากกว่าสหรัฐ"

    https://www.facebook.com/share/1CJKJQkQBU/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,451
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐ–อิหร่านเจรจาล่ม หลัง 21 ชม. — Bitcoin ร่วงแรง แตะ $71,000

    การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ หลังใช้เวลานานกว่า 21 ชั่วโมง โดยทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนที่ยังแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และเตรียมยุติการหารือรอบนี้โดยยังไม่มีแผนประชุมต่อ

    หนึ่งในประเด็นหลักที่ยังตกลงกันไม่ได้ คือข้อเรียกร้องให้ “อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” ซึ่งฝั่งอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว

    ความล้มเหลวของการเจรจาครั้งนี้ ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงอยู่ในระดับสูง และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ

    ตลาดการเงินตอบรับเชิงลบทันที โดย Bitcoin ปรับตัวลงแรง กลับมาแตะระดับประมาณ $71,000 สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน

    นักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจกดดันทั้งตลาดหุ้นและคริปโตต่อเนื่อง โดยเงินทุนมีแนวโน้มไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
    https://www.facebook.com/share/p/1ArUvRak4t/
     

แชร์หน้านี้

Loading...